“วัดอรุณราชวราราม” วัดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสวยงามของพระปรางค์วัดอรุณ

“วัดอรุณราชวราราม” วัดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสวยงามของพระปรางค์วัดอรุณ

“วัดอรุณราชวราราม” วัดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสวยงามของพระปรางค์วัดอรุณ

วัดอรุณราชวราราม” หนึ่งในวัดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งกรุงเทพมหานครที่เราคุ้นเคยกับภาพความสวยงามของพระปรางค์วัดอรุณกันเป็นอย่างดี

“วัดมะกอกนอก” คือชื่อเดิมของวัดนี้ แต่ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เปลี่ยนชื่อจากวัดมะกอกนอกมาเป็น “วัดแจ้ง” เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าพระองค์ได้เสด็จมาถึงที่นี่ในยามแจ้ง ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอรุณฯ หรือวัดแจ้งในขณะนั้นถือเป็นวัดประจำวัง เพราะอยู่ในเขตของพระราชวังเดิม

วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒ เนื่องจากในขณะที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นวังหน้าในรัชกาลที่ ๑ นั้น พระองค์ได้ประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมแห่งนี้ และได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นการใหญ่ มีการจัดงานสมโภชใหญ่ถึง 7 วัน 7 คืน

สำหรับ “พระปรางค์วัดอรุณฯ” มีขนาดความสูงจากฐานถึงยอด 81.85 เมตร องค์พระปรางค์ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ ฐาน เรือนธาตุ และเรือนยอด มีสัณฐานดุจเขาพระสุเมรุ

ส่วนตัวเรือนฐานทำการย่อมุมลง และเรือนยอดที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไป ในแต่ละชั้นมีช่องรูปกินนรและกินรี เชิงบาตรเหนือช่องมีรูปมารแบกกระบี่แบกสลับกัน เหนือขึ้นไปเป็นซุ้มคูหารูปพระพายทรงม้า จากนั้นเป็นยอดปรางค์มีรูปครุฑยุดนาคและเทพนมอยู่เหนือซุ้มคูหา ส่วนยอดปรางค์เป็นพระมหามงกุฎนภศูล

ด้านหน้าองค์พระปรางค์ คือ โบสถ์น้อยและวิหารน้อย โดย “โบสถ์น้อย” เป็นพระอุโบสถหลังเก่าของวัดอรุณฯ ภายในประดิษฐาน “พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน” ทางด้านซ้ายของพระบรมรูปหล่อ

เป็นที่ตั้งของศาลสถิตดวงพระวิญญาณของพระองค์ ตรงข้ามของพระบรมรูปหล่อฯ เป็น “พระแท่นบรรทม” ที่เชื่อว่าสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงมาประทับในปลายรัชกาล ส่วนด้านหลังของพระบรมรูปฯ ประดิษฐาน “หลวงพ่อรุ่งมงคล”

ส่วน วิหารน้อย หรือวิหารหลังเก่า ประดิษฐาน พระจุฬามณีเจดีย์” เมื่อครั้งอดีตนั้น วิหารน้อยแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต เมื่อครั้งที่ได้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว โดยได้ประดิษฐานอยู่ที่นี่นานถึง 5 ปี นอกจากนี้ก็ยังมี พระแท่นบรรทม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อยู่ด้านในวิหารน้อยด้วย

อีกหนึ่งจุดในวัดอรุณฯ ที่รู้จักกันดีคือ ยักษ์วัดแจ้ง คือพญายักษ์ ณ วัดอรุณฯ ที่ยืนเฝ้าซุ้มประตูยอดมงกุฎอยู่ 2 ตน มือทั้งสองกุมกระบอง ยักษ์กายสีขาวชื่อ สหัสเดชะ และยักษ์กายสีเขียวชื่อ ทศกัณฐ์ ปั้นด้วยปูน ประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลวดลายเครื่องแต่งตัว

เดินเข้าไปด้านในจะเป็นพระอุโบสถ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีนามว่า “พระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก พระประธานองค์นี้กล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงปั้นหุ่นพระพักตร์ด้วยพระองค์เอง

และที่ฐานชุกชีนี้ยังบรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ท่านไว้ด้วย นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถยังมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือของครูคงแป๊ะ และครูทองอยู่ ช่างเขียนจิตรกรรมฝาผนังชั้นครู

ติดตามข่าวสารท่องเที่ยวได้ที่ >>> ข่าวท่องเที่ยว

สมัครสมาชิก >>>  คลิ๊ก